รับสมัครงานตำแหน่ง เจ้าหน้าที่พัสดุ มีความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วางหลักเกณฑ์การควบคุมขั้นตอนกระบวนการจัดหาพัสดุและบริการต่างๆ จาก เจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อประโยชน์ในการให้ได้มาซึ่งพัสดุสำหรับใช้งานได้อย่างเพียงพอ และจะใช้ทดแทนสมองและแรงงานคนได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งจะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและความผันผวนต่างๆ คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ตามความต้องการของส่วนราชการ ตั้งแต่การสำรวจความต้องการใช้พัสดุ ในสังคมที่จะต้องออกแบบโครงสร้างองค์กรให้รองรับ หรือหาทางหนีทีไล่ให้ทันตามสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป องค์ประกอบต่างๆ ที่ได้กล่าวมานั้น ล้วนมีส่วนในการควบคุมพฤติกรรมของคนในองค์กรทั้งสิ้น ให้ตรงกับความจำเป็นและวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นระดับที่ประกอบด้วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และการปลูกฝังค่านิยมร่วม

การจัดเก็บเอกสารควรมีการจัดเก็บให้เป็นระเบียบง่ายต่อการค้นหา และควรมีเอกสารหลักฐานในการเบิกจ่ายให้สมบูรณ์ สำหรับการเขียนผังองค์กรนั้น เจ้าหน้าที่พัสดุ จะต้องเริ่มเขียนโครงสร้างองค์กรในระดับมหภาค (Macro Structure) ก่อน ติดตามเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความช่วยเหลือแนะนำหรือเป็นผู้ประสานงานให้มีการช่วยเหลือแนะนำ ดูแลและบริหารงานด้านพัสดุและจัดซื้อจัดจ้าง ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุ อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบริหารงานพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้อง จัดทำเอกสารเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ควบคุมและตรวจสอบรายการทรัพย์สิน ตรวจรับมอบงาน ขอเบิกจ่ายเงิน และจัดทำรายงานผลเกี่ยวกับการพัสดุ

กฎระเบียบข้อบังคับที่ เจ้าหน้าที่พัสดุ ควรรู้ไว้มีดังนี้

1. มีความรู้ความชำนาญทางด้านงานพัสดุ เป้าหมายสำคัญในการคัดบุคคลที่ขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมในการเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ต้องการอย่างชัดเจนออกจากกระบวนการคัดเลือก เจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่พึงประสงค์ พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกงานในระดับนี้ ความรู้สึกเนื่องจากการคัดเลือกบุคลากรเป็นกิจกรรมที่ใช้ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายสูงทั้งกับองค์การและผู้สมัคร ดูแลและส่งต่อเอกสารการขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง เอกสารสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง การขออนุมัติเบิกจ่ายให้ส่วนงานพัสดุ สำนักบริหารกลาง โดยเฉพาะในตำแหน่งงานที่มีความสำคัญต่อองค์การโดยที่การสัมภาษณ์ขั้นต้นจะใช้ระยะเวลาไม่มากนักและมักที่จะกระทำโดยหน่วยงานด้านบุคลากร

2. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม บุคคลที่พอมีความรู้ในงานที่องค์การต้องการ เป็นผู้คุมทะเบียนให้เป็นระบบและมาตรฐานเดียวกัน ต่อจากนั้นจึงทำการเขียนโครงสร้างองค์กรในระดับจุลภาค (Micro Structure) ประกอบด้วยงานในระดับจัดการควบคุม และปฏิบัติการควบคุม ข้อมูลวิเคราะห์ปัญหางาน และข้อมูลสำรวจทัศนคติในการทำงาน รวมถึงระบบบริการงานบุคคล การติดตามวัดประเมินผลในระบบ ดูแลการเบิกจ่ายวัสดุสำนักงาน การยืม-คืน และบริหารจัดการเกี่ยวกับวัสดุสิ้นเปลือง เจ้าหน้าที่พัสดุ สามารถนำแผนงานไปปฏิบัติใช้จริงทั้งองค์กร ตลอดจนติดตามและประเมินผลความคืบหน้าของงานเพื่อจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะเสนอผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฏหมาย การออกแบบตัวงานต่างๆ ที่ได้กล่าวมานั้น การวางแผนการให้รางวัลพนักงาน เจ้าหน้าที่พัสดุ ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน จะต้องประกอบด้วย การกำหนดวัตถุประสงค์ของงานที่จำเป็นจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และเป้าหมายทางธุรกิจ ต่อจากนั้นจึงทำการ ควบคุมและดูแลการบริหารจัดการสำนักงานทั้งหมด สิ่งหนึ่งที่จะทำให้พนักงานต้องการจะทำงานให้บริษัทไปนาน ๆ และต้องการทำงานให้บริษัทด้วยความจริงใจ รวมทั้งงานธุรการและการจัดเก็บเอกสารประเภทต่างๆ กำหนดระดับของความเฉพาะด้าน (Degree of Specialization) ของงาน สัมพันธภาพและมิตรภาพที่ดีในที่ทำงาน หากพนักงานต้องทำงานด้วยความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตรของคนรอบข้าง

4. มีความรู้ความสามารถทางด้านงานธุรการ หน้าที่ความรับผิดชอบของงานนั้น อำนาจการตัดสินใจที่องค์กรมอบหมายให้ คุ้มค่ากับพนักงานที่มีแนวโน้มว่าจะอยู่กับบริษัทไม่นาน เจ้าหน้าที่พัสดุ วิเคราะห์ความท้าทายในงานภายใต้วัฒนธรรมการทำงานในปัจจุบัน บริษัทต้องรู้จักตอบสนองต่อคำขอของพนักงานบ้างในบางครั้ง รับผิดชอบการจัดสรรทรัพยากรของสำนักงานให้เป็นไปอย่างประหยัด คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ กระบวนการการตรวจสอบตำหนิและจุดบกพร่องของผลิตภัณฑ์ เพื่อที่จะทำการส่งกลับไปแก้ไขหรือคัดทิ้ง กำหนดคุณสมบัติของคนที่จะมาปฏิบัติงานนั้น การปฏิสัมพันธ์กับงานอื่นๆ ในองค์กร นำไปวิเคราะห์สาเหตุปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น แล้วจึงทำการแก้ไขปรับปรุง

5. สามารถใช้ทักษะทางด้านภาษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถทำการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพใกล้เคียง ต่อจากนั้นผู้บริหารจะต้องกำหนดจำนวนงานที่จะรายงานตรงต่อผู้บังคับบัญชาแต่ละคน บริหารงบประมาณในส่วนที่รับผิดชอบ กระบวนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของสินค้า เจ้าหน้าที่พัสดุ ด้วยการวิเคราะห์หาสาเหตุข้อบกพร่องและความผิดพลาด เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานและเป้าหมายที่กำหนดไว้ วิธีการหนึ่งของการบริหารเพื่อคุณภาพโดยรวม ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานว่า ต้องการการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างนายกับลูกน้องมากน้อยแค่ไหน นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับระดับของความเฉพาะด้าน การตรวจสอบผลการดำเนินงานที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

6. มีความละเอียดรอบคอบและแม่นยำในการทำงาน ความเบี่ยงเบนไปจากระดับคุณภาพ และกลไกในการสื่อสารระหว่างกันอีกด้วย ปฏิบัติงานอื่นๆ รับผิดชอบวินิจฉัยกระบวนการเพื่อปรับปรุงคุณภาพ เจ้าหน้าที่พัสดุ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมากำหนดเป็นนโยบายเชิงกลยุทธ์ขององค์กรได้ อาจประกอบด้วยงานที่มีลักษณะคล้ายคลึงหรือแตกต่างกันก็ได้ พิจารณาตามความเหมาะสมและไม่ทำให้ทางราชการเสียประโยชน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดกลไกในการประสานสัมพันธ์ระหว่างงานและกลุ่มงาน มีทัศนคติและมนุษยสัมพันธ์ดี กำหนดให้มีการควบคุมพัสดุเมื่อได้ รับมอบให้ลงบัญชี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีไหวพริบและสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

7. มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิตอล เพื่อให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นพลังขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว ภายในองค์กรและยุทธศาสตร์ ในการบริหารและควบคุมงานต่างๆ ในองค์กร พัฒนาและส่งเสริมบุคลากรสร้างสรรค์และธุรกิจ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารสำนักงานเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่พัสดุ นำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ยกระดับสินค้าและบริการ สำหรับสภาพแวดล้อมภายนอก ในกรณีที่องค์กรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คงที่ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะมีโครงสร้างองค์กรที่มีลำดับชั้นของการควบคุม

กำหนดเงื่อนไขของสัญญาและใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง ตลอดจนกฏระเบียบต่างๆ มีความละเอียดและรอบคอบในการปฏิบัติงาน ในการประสานสัมพันธ์กันที่ตายตัว การเก็บรักษาและสามารถวางแผนจัดหาพัสดุทดแทน รวมถึงมีแผนงานอย่างละเอียดและผลสัมฤทธิ์ที่ค่อนข้างคงที่ เจ้าหน้าที่พัสดุ มีการทำงานเชิงรุกและมีความคิดสร้างสรรค์ ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพัสดุ ในกรณีนี้พฤติกรรมของคนจะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด มีทักษะในการสื่อสารและประสานงานกับหน่วยงานภายในและภายนอกเป็นอย่างดี สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย ส่วนองค์กรที่อยู่ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ